
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมาแสดงความเห็นว่า ทีมชาติอังกฤษ ขาดแคลนนักเตะในระดับเวิลด์คลาส ตั้งแต่หมดยุคของ พอล แกสคอยน์ อดีตกองกลางพรสวรรค์ โดยยกย่องว่า พอล แกสคอยน์ เป็นนักเตะระดับโลกเพียงคนเดียว ตั้งแต่ที่ อังกฤษ คว้าแชมป์โลกในปี 1966 ชี้ขนาด เวย์น รูนี่ย์ กองหน้าตัวเก่งของทีมชาติอังกฤษ ในปัจจุบัน ก็ยังไม่ถึงชั้นแต่กำลังอยู่ระหว่างรอเวลาก้าวไปถึงการเป็นนักเตะระดับโลก
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นายใหญ่ทีม “ปีศาจแดง” แสดงความเห็นว่าที่ผ่านมาทีมชาติอังกฤษ มีนักฟุตบอลที่มีฝีเท้าระดับโลกเพียงแค่คนเดียว นับตั้งแต่ยุคที่สามารถคว้าแชมป์โลกในปี 1966 นักเตะรายนั่นก็คือ พอส แกสคอยน์ กองกลางอัจฉริยะจอมบ๊อง ที่ชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากสมัยค้าแข้งกับทีม “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซึ่งในทุกวันนี้ “ป๋าเฟอร์กี้” ก็ยังรู้สึกเสียดายไม่หายที่ไม่สามารถกล่อมให้เจ้าตัวย้ายมาเล่นกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ
จอมคนเลือดวิสกี้ เชื่อว่า พอส แกสคอยน์ เป็นนักเตะระดับเวิลด์คลาสคนเดียวที่ อังกฤษ มี นับตั้งแต่ปี 1966 และเชื่อมาโดยตลอดว่าเขาสามารถจะสร้างเส้นทางอาชีพนักเตะที่แตกต่างให้กับ พอส แกสคอยน์ ได้ หากในตอนนั้น แกซซ่า เลือกย้ายมาเล่นกับทีม “ปีศาจแดง” โดยกล่าวว่า “ตอนนั้นผมต้องการจะเซ็นสัญญากับ แกสคอยน์ มาร่วมทีมให้ได้ เราเจอกับเขาที่ นิวคาสเซิ่ล ซึ่งช่วงนั้นเขาเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว ที่เรารู้เพราะเราส่งแมวมองดูเขา และคิดว่า แกสคอยน์ นี่แหละใช่เลย แต่มันน่าเหลือเชื่อ ที่เราไม่สามารถเข้าใกล้ตัวเขาได้เลย ผมอยากได้เขามาก บางทีผมอาจสร้างความแตกต่างในอาชีพค้าแข้งให้เขาได้”
“ถ้าคุณได้ดูเกมฟุตบอลอังกฤษ ตั้งแต่ที่พวกเขาคว้าแชมป์โลกได้ในปี 1966 คุณจะรู้เลยว่า แกสคอยน์ เป็นนักเตะเวิลด์คลาสของจริงเพียงคนเดียวที่ อังกฤษ เคยมีมา และผมเชื่อว่า เวย์น รูนี่ย์ เมื่อเขาโตเต็มที่ ก็จะก้าวไปอยู่ ณ จุดนั้นได้”

แชร์วินโญ่ ดาวยิงทีมชาติโกตติวัวร์ ของทีม “ไอ้ปีนใหญ่” อาร์เซน่อล สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก เผยรู้สึกเหมือนความฝันที่เป็นจริงที่มีโอกาสได้เล่นเคียงข้างกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ดาวยิงกัปตันทีม พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า “อาร์วีพี” จะไม่ตัดสินใจอำลาสโมสร พร้อมแสดงความเห็นว่า อาร์เซน่อล ต้องการผู้นำของทีม และคนที่คอยที่ทำให้คู่แข่งต้องรู้สึกเกรงกลัว
เมื่อวันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แชร์วินโญ่ ดาวยิงของทีม อาร์เซน่อล ออกมาเปิดเผยว่า เขารู้สึกเหมือนความฝันเป็นจริงที่ได้ลงเล่นร่วมกับ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กองหน้าทีมชาติฮอลแลนด์ และหวังว่าดาวยิงกัปตันทีม จะไม่ตัดสินใจย้ายออกจากถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
ศูนย์หน้าทีมชาติฮอลแลนด์ทำผลงานสุดยอดในฤดูกาลนี้ โดนทำประตูไปแล้วถึง 22 ลูก ในศึกพรีเมียร์ลีก จนตกเป็นที่สนใจของหลายสโมสรที่อยากได้ตัวไปร่วมทีม รวมทั้ง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างไรก็ตาม แชร์วินโญ่ ก็ยังหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จะตัดสินใจต่อสัญญาอยู่ค้าแข้งกับทีมออกไป
“ผมหวังว่า โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ จะไม่ย้ายไปไหน เพราะทีมของเราต้องการนักฟุตบอลชั้นยอดและผู้นำในสนาม และเขาก็เป็นคนที่คอยผลักดันในระหว่างแมตช์เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมตั้งใจทำงานให้มากขึ้น มันเหมือนความฝันที่ได้มีโอกาสได้ลงเล่นกับเขา และผมคิดว่าคู่ต่อสู้คงรู้สึกหวาดกลัว ที่เห็น โรบิน อยู่ในทีม” แชร์วินโญ่ กล่าว

เรมี่ การ์ด นายใหญ่ของ โอลิมปิก ลียง สโมสรชั้นนำในศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส ออกมาสนับสนุน หาก อาร์แซน เวนเกอร์ ยอดผู้จัดการชาวฝรั่งเศส ของทีม อาร์เซน่อล จะตัดสินใจเข้ามารับตำแหน่งนายใหญ่ทีมชาติฝรั่งเศส ต่อจาก โลร็องต์ บล็องก์ กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส คนปัจจุบัน เนื่องจากเห็นว่าเป็นโค้ชยอดฝีมือ มีประสบการณ์มากมายล้นเหลือ และรู้จักนักเตะชาวฝรั่งเศสเป็นอย่างดี
เรมี่ การ์ด กุนซือของ โอลิมปิก ลียง เชื่อมั่นว่า อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ของ อาร์เซน่อล สโมสรชั้นนำในศึกพรีเมียร์ลีก คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบในการทำหน้าที่กุนซือทีมชาติฝรั่งเศสคนต่อไป หาก โลร็องต์ บล็องก์ ก้าวลงจากตำแหน่ง หลังสิ้นสุดศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2012″ ที่ประเทศโปร์แลนด์และยูเครน เป็นเจ้าภาพร่วมกัน
การที่สัญญาคุมทีมชาติฝรั่งเศสของ บล็องก์ กับ สหพันธ์ฟุตบอลฝรั่งเศส จะหมดลงหลังจบศึก “ยูโร 2012″ ซึ่งจะมีขึ้นหลังจบฤดูกาลนี้ ทำให้มีการคาดกันว่า อาร์แซน เวนเกอร์ เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่จะเข้ามาทำหน้าที่กุนซือทีมชาติฝรั่งเศส คนต่อไป ล่าสุด เรมี่ การ์ด ออกมาแสดงความเห็นด้วยสุดๆ
“หากโค้ชทีมชาติฝรั่งเศสคนใหม่คือ อาร์แซน เวนเกอร์ ผมเชื่อว่า มันเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบมาก เขาเป็นคนมีชื่อเสียงมากๆ ในวงการฟุตบอลโลก เขามีความรู้เรื่องฟุตบอลมากๆ ขณะเดียวกันก็รู้จักนักเตะฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เพราะ อาร์แซน เวนเกอร์ ยังคงติดตาม ลีกภายในประเทศฝรั่งเศส อย่างใกล้ชิด แน่นอนเลยว่าเขาคือตัวเลือกที่สุดยอด ในกรณีที่ บล็องก์ ตัดสินใจก้าวลงจากตำแหน่ง” เทรนเนอร์ ” เรมี่ การ์ด ระบุ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จ่าฝูงศึกพรีเมียร์ลีก ทำเซอร์ไพรส์ หลังจัดการคว้าตัว ดาวิด ปิซาร์โร่ มิดฟิลด์ทีมชาติชิลี ของทีม “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า ด้วยสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลนี้ โดยโรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือของทีม เชื่อว่าการเสริมทัพครั้งนี้จะทำให้ “เรือใบสีฟ้า” แข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน
เมื่อวันอังคารที่ 31 มกราคมที่ผ่านมา โรแบร์โต้ มันชินี่ ผู้จัดการทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายืนยันว่าทีมทำการตกลงยืมตัว ดาวิด ปิซาร์โร่ กองกลางเล็กพริกขี้หนูของ โรม่า ทีมชั้นนำในลีกอิตาลี มาเสริมทัพจนจบฤดูกาลนี้เป็นที่เรียบร้อย ก่อนเส้นตายปิดตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม
กุนซือทีม “เรือใบสีฟ้า“ เชื่อมั่นว่า ดาวิด ปิซาร์โร่ จะเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งของทีมจากที่เคยร่วมงานกันที่ อินเตอร์ มิลาน และพาทีมคว้าแชมป์ ในฤดูกาล 2005-06 โดยกล่าว่า “ผมรู้จักเขาเป็นอย่างดี เพราะเคยร่วมงานกันมา เขาเป็นกองกลางชั้นยอด เขาเล่นฟุตบอลได้อย่างยอดเยี่ยม ผมคิดว่าเขาจะสามารถช่วยเราได้เป็นอย่างดี”
สำหรับการคว้าตัว ดาวิด ปิซาร์โร่ จะทำให้การแย่งชิงตำแหน่งในแดนกลางของทีม “เรือใบสีฟ้า“ ต้องแข่งขันกันสูงขึ้น หลังจากที่ในทีมมีกองกลางชื่อดังจนล้นทีมอยู่แล้วทั้ง ยาย่า ตูเร่, แกเร็ธ แบร์รี่, ไนเจล เด ยองก์ และ โอเว่น ฮาร์กรีฟส์

ฟร้องค์ ริเบรี่ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศสของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค รับเกือบต้องเลิกเล่นฟุตบอลไปช่วยพ่อทำงานก่อสร้าง แต่อาศัยความมุ่งมั่น และทำงานอย่างหนัก จนก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นแนวหน้า และช่วยทัพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส คว้ารองแชมป์เวิลด์ คัพ 2006 ได้ พร้อมเผยอาชีพค้าแข้งของเขาไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ
ฟร้องค์ ริเบรี่ ดาว เตะตัวรุกวัย 28 ปีของบาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ศึกบุนเดสลีกา ออกมาเปิดเผยว่า ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่ได้รับการยอมรับอย่างทุกวันนี้ เขาต้องประสบความยากลำบากอย่างมากในช่วงต้นอาชีพค้าแข้ง จนเกือบต้องล้มเลิกความตั้งใจไปแล้ว และต้องพยายามทำงานอย่างหนัก จนประสบความสำเร็จเหมือนทุกวันนี้
ฟร้องค์ ริเบรี่ มิดฟิลด์เลือดน้ำหอมทัพ เขียนผ่านว่าสื่อภาษาอังกฤษของอินเดียว่า “ความสำเร็จไม่ได้มาโดยง่าย มีช่วงหนึ่งที่ดูเหมือนการผจญภัยในอาชีพฟุตบอลของผมจบลงแล้ว ผมย้ายไปทำงานก่อสร้างชั่วคราว นั่นหมายถึงการขุด ตีเส้น ขุดหลุมแล้วก็กลบมัน”
“แต่ถึงจะอยู่ตรงนั้น ผมก็ทำงานหนัก และผมกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้งเมื่อ เอฟซี เม็ตซ์ ผมเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับพวกเขา จากนั้นก็ถูกส่งไปอิสตันบูลเพื่อร่วมทีม กาลาตาซาราย และเป็นส่วนหนึ่งในการคว้าแชมป์ เตอร์กิซคัพ”
“สมัยเป็นวัยรุ่น ผมต้องย้ายไปย้ายมาระหว่างทีมเล็กๆ อย่างไรก็ตามชีวิตค้าแข้งของผมที่กาลาตาซาราย ไม่ยืดยาวนัก และในที่สุดก็มาถึงฤดูกาล 2005-06 ที่ผมมาถึงจุดที่มีเสถียรภาพเสียที หลังจากก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ โอลิมปิก มาร์กเซย และทำผลงานได้เป็นอย่างดีจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติฝรั่งเศส”
จากการที่มีโอกาสได้เล่นร่วมกับ ซีเนดีน ซีดาน ตำนานแข้งรุ่นพี่ชาวฝรั่งเศสนอก ริเบรี่ ยอมรับว่าเขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูง โดยกล่าวว่า “มันเป็นเกียรติที่ได้เล่นร่วมกับ ซีเนดีน ซีดาน และนำทีมฝรั่งเศส คว้ารองแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมนี ซึ่งผมอยากบอกทุกคนว่าผมไม่เคยล้มเลิกความหวังแม้ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำฝันของผมให้เป็นจริง “

หลังจากโดนหนังสือพิมพ์สร้างข่าวลือมาโดยตลอดว่าเขามีความคิดต้องการจะอำลาสโมสร ล่าสุด“ซุปเปอร์มาริโอ” มาริโอ บาโลเตลลี่ หัวหอกทัพ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ลั่นไม่เคยมีความคิดย้ายออกจากถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ในเวลาอันใกล้นี้ พร้อมยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือของทีม เป็นไปอย่างยอดเยี่ยม
จากการที่มีข่าวลือหนาหูเรื่องการย้ายทีมของเขาตลอดช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และ มิโน่ ไรโอล่า นายหน้าคู่ใจของเขา ก็ยังไม่เคยออกมาปฏิเสธเกี่ยวกับข่าวลือเหล่านี้อย่างชัดเจนอีกด้วย แต่ในที่สุดมาริโอ บาโลเตลลี่ ศูนย์หน้าชาวอิตาเลียน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรมหาเศรษฐีศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็ได้ออกมาประกาศเป็นมั่นเป็นเหมาะว่า เขาต้องการจะอยู่ค้าแข้งในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยม ต่อไป
มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าทีมชาติอิตาลี กล่าวกับ “ราดิโอ ราดิโอ” สถานีวิทยุในบ้านเกิด เพื่อยืนยันว่าเขาไม่มีความคิดจะกลับไปอิตาลีในตอนนี้ โดยหัว หอกวัย 21 ปีเผยว่า “ผมอยู่ที่แมนเชสเตอร์ และมีสัญญากับ ซิตี้ แต่จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม จะไม่มีการพูดถึงสัญญาใหม่ นั้นทำให้หนังสือพิมพ์ชอบบอกว่าผมต้องการย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ แต่ผมไม่เคยพูดอะไรกับพวกเขาเลย พวกเขาแค่พูดตามที่ต้องการ”
อดีตกองหน้า อินเตอร์ มิลาน กล่าวอีกว่า “แม้ว่าตอนแรกมันจะยากลำบาก แต่พรีเมียร์ลีกเป็นประสบการณ์ใหม่ และถ้าให้ผมพูดตรงๆ ตอนนี้ ผมว่าผมรู้สึกสบายดีแล้ว เราต้องเสียแต้มให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีมต้องรักษาความมุ่งมั่นไว้ และพยายามไม่เสียกระบวน อย่างที่เคยเกิดขึ้นในบางครั้ง ตอนจบฤดูกาลเราจะดูว่าเราเป็นที่ 1 หรือที่ 2″
เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือทัพ “เรือใบสีฟ้า” มาริโอ บาโลเตลลี่ ยืนยันว่าเขาไม่มีปัญหา แม้จะถูกต่อว่าเรื่องการควบคุมอารมณ์หลายครั้ง จนมีรายงานออกมาว่าพวกเขาเริ่มมองหน้ากันไม่ติดแล้ว แต่เมื่อถูกถามถึงเขารีบตอบทันทีว่า “มันยอดเยี่ยม”
เกินใจจะอดทน!แฟนบอลยูเว่จับอเมารีประมูลอีเบย์

หลังจาก อเมารี ไม่ได้ลงสนามตลอดฤดูกาลนี้ และไม่ประสบความสำเร็จกับการหาต้นสังกัดใหม่เสียที แฟนบอล “ม้าลาย” ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำศึกกัลโช่ เซเรีย อา ทนไม่ไหวจับ อเมารี หัวหอกส่วนเกิน ขึ้นไปเปิดประมูลในเว็บไซต์ “อีเบย์” ให้รู้แล้วรู้รอด โดยมีคนมายื่นประมูลสูงสุดถึง 10 ล้านยูโร ก่อนที่จะโดนทางผู้ดูแลเว็บไซต์ลบออกไป
หลังจาก อเมารี กลายเป็นส่วนเกินในถิ่นยูเวนตุส สเตเดี้ยม และไม่ได้ลงสนามเลยสักเกมเดียวตลอดฤดูกาลนี้ อเมารี หัวหอกเชื้อสายบราซิลเลี่ยนวัย 31 ปี ของ ยูเวนตุส สโมสรชั้นนำศึกกัลโช่ เซเรีย อา ถูกแฟนบอลของสโมสรรายหนึ่งนำไปเปิดประมูลใน “อีเบย์” เว็บไซต์ขายของออนไลน์ชื่อดัง
หลังจากที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจาย้ายไป เจนัว และฟิออเรนติน่า ทำให้ อเมารี ศูนย์หน้าดีกรีทีมชาติอิตาลี ย้ายจาก ปาแลร์โม่ มาร่วมทัพ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 22.8 ล้านยูโร (ราว 980 ล้านบาท) เมื่อปี 2008 โดยรับค่าเหนื่อยสูงถึง 70,000 ยูโร (ราว 3 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ โดนแฟนบอลคนหนึ่งนำเขาไปประมูลในอีเบย์ และแฟนบอลคนดังกล่าวยังได้เขียนข้อความโฆษณาไว้หลายอย่าง เช่น ไม่เสียค่าขนส่งไปรษณีย์ และใช้เวลาขนส่งภายใน 4 วันทำการ แต่จะไม่มีการรับคืนเงิน ขณะที่ผู้ชนะการประมูลจะได้รับ เปาโล เด เชเญ่ ฟูลแบ็กเพื่อนร่วมทีม เป็นของแถมด้วย และมีผู้เข้ามาประมูลมากถึง 78 ราย โดยข้อเสนอสูงสุดอยู่ที่ 10 ล้านยูโร (ราว 430 ล้านบาท) ก่อนที่ผู้ดูแลเว็บไซต์จะลบออกไปไม่นานหลังจากนั้น
ขณะเดียวกัน อเมารี ได้ออกมากล่าวกับ “เลดี้ เรดิโอ” สถานีวิทยุเมืองฟลอเรนซ์ ว่ายอมรับว่าเขายังต้องการย้ายไปเล่นให้ทัพ “ม่วงมหากาฬ” ฟิออเรนติน่า ทีมชั้นนำในศึกกัลโช่ ซีรี่ย์ อา อิตาลี “คุณทุกคนรู้ดีถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมหวังว่ามันจะเรียบร้อยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ผมยังฝึกซ้อมต่อเนื่อง ดังนั้นผมพร้อมจะลงสนามทันที ผมกำลังรอการตอบรับ และเราจะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น” อดีตศูนย์หน้าปาแลร์โม่ กล่าวทิ้งท้าย